วันพุธที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 08.30 - 11.30
โครงสร้างขององค์กรและการจัดระบบบริหารงานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย
การบริหารสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย
การบริหารสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย มีลักษณะการบริหารเฉพาะตัว
โดยต้องคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้
1 นโยบายและยุทธศาสตร์ในการพัฒนาประเทศของรัฐบาล
2 แผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ
3 แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
4 พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ
5 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
6 ปรัชญา นโยบายและวัตถุประสงค์ของสถานศึกษา
7 ความต้องการของชุมชน
การจัดประเภทและรูปแบบสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยในประเทศไทย
1. การจัดแบ่งตามขนาด แบ่งเป็น 3 ขนาด ดังนี้
![]() |
| โครงสร้างบริหารสถานศึกษาขนาดเล็ก |
![]() |
| โครงสร้างบริหารสถานศึกษาขนาดกลาง |
![]() |
| โครงสร้างบริหารสถานศึกษาขนาดใหญ่ |
2. การแบ่งตามรูปแบบตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ
มี 3 รูปแบบ ดังนี้
2.1
รูปแบบในโรงเรียน
2.2
รูปแบบนอกโรงเรียน
2.3
รูปแบบตามอัธยาศัย
3. รูปแบบการให้บริการแบบใหม่
คือ การรวมเด็กพิเศษและเด็กปกติไว้ด้วยกัน โดยเรียกแบบนี้ว่า " Normalization "
หลักในการบริหารงานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย
1 การบริหารงานวิชาการ
2 การบริหารงานบุคคลในสถานศึกษาเด็กปฐมวัย
3 การบริหารงานธุรการและการเงินในสถานศึกษาเด็กปฐมวัย
4 การบริหารงานกิจการนักเรียนในสถานศึกษาเด็กปฐมวัย
5 การบริหารสภาพแวดล้อมในสถานศึกษาเด็กปฐมวัย
การบริหารสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยในยุคปฏิรูป
ความหมาย
การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน (School Based
Management ) คือ การบริหารโดนกระจายอำนาจทางการศึกษาไปยังสถานศึกษาโดยตรง
ให้มีอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบและคล่องตัวในการบริหารมากที่สุด
หลักการในการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน
1. หลักการกระจายอำนาจ
2. หลักการมีส่วนร่วม
3. หลักการคืนอำนาจจัดการศึกษาให้ประชาชน
4. หลักการบริหารตนเอง
5. หลักการตรวจสอบและถ่วงดุล
รูปแบบโรงเรียนที่ใช้การบริหารแบบโรงเรียนเป็นฐาน
1. ผู้บริหารโรงเรียนเป็นหลัก
2. บริหารโดยครูเป็นหลัก
3. การบริหารจัดการโดยชุมชนมีบทบาท
4. ครูและชุมชนมีบทบาทหลัก
ศาสตร์ทั้ง 5 ขององค์กรแห่งการเรียนรู้ ( ปีเตอร์ เอ็ม.
เซงเก )
1. การใฝ่พัฒนาตน
2. รูปแบบของความคิด
3. วิสัยทัศน์ร่วม
4. การเรียนรู้เป็นทีม
5. การคิดเชิงระบบ
การบริหารแบบมีส่วนร่วม
1. สาระสำคัญของการบริหารแบบมีส่วนร่วม
- การมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น
- การมีส่วนร่วมช่วยให้เกิดการยอมรับ
- การมีส่วนร่วมช่วยให้เกิดความสำนึกในหน้าที่ ความรับผิดชอบ
2.ผลดีของการบริหารแบบมีส่วนร่วม
- สร้างสรรค์ให้มีการระดมกำลังจากบุคคลต่างๆ
- สร้างบรรยากาศและพัฒนาประชาธิปไตยในการทำงาน
- ช่วยลดความขัดแย้ง
- สร้างความสมดุลระหว่างฝ่ายบริหารกับฝ่ายปฏิบัติ
3. ข้อจำกัดของการบริหารแบบมีส่วนร่วม
- การแสดงความคิดเห้นเกิดข้อขัดแย้งกับฝ่ายบริหาร
- ก่อให้เกิดกลุ่มอิทธิพล
- ผู้บริหารสูญเสียอำนาจ
- การบริหารงานไม่สามารถใช้กับงานที่เร่งด่วนได้
- ใช้งบประมานมาก
- ความคิดเห็นจากบุคคลภายนอกไม่ได้รับการยอมรับเท่าที่ควร
- การก้าวก่ายหน้าที่ซึ่งกันและกัน
การประเมิน
ตนเอง : ตั้งใจฟัง
เพื่อน : ตั้งใจฟังจดบันทึก
อาจารย์ : อธิบายเนื้อหา




ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น